วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558



วันนี้ขอนำเสนอ ผักพื้นบ้านภาคใต้ กันบ้างนะครับ ผักที่จะขอนำเสนอก็คือ มันปู ซึ่งจะพบในภาคใต้ของประเทศไทย เรามาดูลักษณะ ประโยชน์และสรรพคุณของ มันปู กันดีกว่า





ชื่อสามัญ : มันปู
ชื่ออื่นที่เรียกกัน  มันปู,มันปูใหญ่(นครศรีธรรมราช), ชุมเส็ด,พุงหมู(ชุมพร), นกนอนทะเล (นราธิวาส), ยอดเทะ(ยอดกะทิ) (ตรัง), สมเส็ด (นราธิวาส)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Glochidion  Perakense  Hook. f. 
ชื่อวงศ์ : EUPHORBIACEAE


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          มันปูเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ ต้นสูงประมาณ 15 เมตร ปลายกิ่งห้อยลง 


ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับสองข้างของกิ่ง ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนใบมนกว้าง 3.5-5 ซม. ใบยาว 7-14 ซม. แผ่นใบรูปรี ถึงรูปไข่กลับ ยาว 5-10 ซม. กว้าง 4-5.5 ซม. ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นแขนงใบ 5-7คู่ ก้านใบสั้นมีความยาวประมาณ 3-5 มม. หน้าใบมีสีเขียวอ่อนกว่าหลังใบ ใบอ่อนและก้านอ่อนมีสีแดงหรือสีม่วงอมแดง เมื่อใบแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว
ดอกเป็นดอกช่อขนาดเล็กมีสีเขียวอ่อนแยกเพศอยู่ต้นเดียวกันออกเป็นกระจุกตามง่ามใบและจะออกดอกระหว่างเดือน มีนาคม-ตุลาคม กลีบเลี้ยงมี 6 กลีบ ไม่มีกลีบดอก 


ผล  ผลแก่จะมีสีชมพูถึงแดง มีลักษณะกลมแป้น สูง 1.2-1.5 ซม. กว้าง 1.5-2 ซม. ผลกลมแป้นแบ่งเป็นพู 10-12 พู ผลจะแตกเมื่อแห้ง มี 10-12 เมล็ด เมล็ดมีขนาดเล็ก

ค่อนข้างกลม มีเยื่อสีแดงหุ้มติดที่ปลายของแกนผล
มันปูมันจะขึ้นในป่าพรุน้ำกร่อย ป่าโปร่ง ป่าดิบ ที่ราบแถบเชิงเขา
ชาวใต้นำใบอ่อน(ยอดมันปูที่มีสีขาว) ไปกินกับน้ำพริก หรือใช้เป็นเครื่องเคียงแกงเผ็ดและขนมจีน







สรรพคุณ
          มันปู มีสรรพคุณทางยา เราสามารถนำรากและลำต้นมาต้มดื่มแก้ร้อนใน เป็นยาบำรุง



มันปู 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 112 กิโลแคลอรี่ วิตามินเอ 941 ไมโครกรัม เบต้าแคโรทีน 5646 ไมโครกรัม วิตามินอี 6.54 มิลลิกรัม  วิตามินบี 2 2.12 มิลลิกรัม วิตามินซี 27 มิลลิกรัม น้ำ 71.2 กรัม ไนอะซิน 0.4 มิลลิกรัม โปรตีน 0.9 กรัม ไขมัน 0.8 กรัม คาร์โบไฮเดรต 25.2 กรัม ใยอาหาร 16.7 กรัม เถ้า 1.9 กรัม แคลเซียม 110 มิิลลิกรัม



วิจัยยอดใบมันปู
          ยอดใบมะม่วงหิมพานต์และยอดใบเนียงน้ำ (ใบมันปู) ผักพื้นบ้านของภาคใต้ที่พบเห็นเป็นผักเครื­­องเคียงอาหารดับความเผ็ดร้อนของอาหารใต้ วันนี้ไม่ใช่เป็นเพียงผักเคียงธรรมดาอีกต่­­อไปเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก
หากรับประทานเป็นประจำจะสามารถป้องกันโรคม­­ะเร็งได้

จากงานวิจัยล่าสุดของสถาบันโภชนาการ วิจัยเรื่องสารอาหารและคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระของผักพื้นบ้านบางชนิดของภาคใต้­ไ­ทยจำนวน 23 ชนิดพบว่า ยอดมะม่วงหิมพานต์มีสารต้านอนุมูลอิสระ

หรื­­อสารชะลอแก่ในปริมาณมาก เป็นสารที่ยับยั้งการทำลายเซลล์ของร่างกาย ทำให้ดูอ่อนวัย สุขภาพดี แข็งแรง รองมาคือยอดใบมันปูโดยมีสารประกอบชะลอแก่ "โพลีฟีนอล" สูงกว่าผักธรรมดา เช่น ผักคะน้า คื่นไช่ บล็อกโคลี่ ผักขม ถึง 43 เท่า
www.thaihealth.or.th
และมากกว่าผลไม้ตระกูลเบอรี่ที่ยอมรับกันว่
าเป็นผลไม้ที่มีสารชะลอความชราสูงถึง 6 เท่า นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน รูทีน ในปริมาณที่สูงกว่าตระกูลเบอรี่อีกด้วย

ที่ปรึกษางานวิจัยนี้บอกว่ามีงานวิจัยในต่­­างประเทศพบว่า
men.postjung.com
ผักหรือผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจะ
­­มีฤทธิ์ต้านภาวะอักเสบ ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด โรคหัวใจ และต้อกระจกได้ด้วย จึงได้มีการทดลองนำเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่มา­­ทดสอบในหลอดทดลอง พบว่าสารต้านอนุมูลอิสระจากผัก
krungshing.com
ทั้งสองชนิด
­­มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเ­ร็งได้ เป็นที่ทราบกันว่าเซลล์มะเร็งจะไม่มีการตา­­ยจะขยายไปเรื่อยๆ แต่พอเราให้สารสกัดทั้งสองชนิดปรากฏว่าเซล­­ล์มะเร็งลดลง จำนวนของเซลล์มะเร็งลดลงมากตามความเข้มข้น­­ของสารที่เราให้ หลังจากการสังเกตและทดลองจึงพบว่าเป็นเพรา­­ะสารสกัดทั้งสองไปยับยั้งการสังเคราะห์ขอ­DNA ในเซลล์เมื่อสังเคราะห์ DNA ไม่ได้เซลล์มะเร็งจึงตาย



ลุงสุขนาโน อาหารเสริมพืช




ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 
                                เครือข่ายงานวิจัยนิเวศวิทยาป่าไม้ (ประเทศไทย)

                                http://www.oknation.net

                               https://youtu.be/dbP2ngpOfMg



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น